[Fic] Death Note - The Day We Met

posted on 05 Nov 2007 00:01 by snuffles  in Fanworks

ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก

เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังก้องกระท่อมโทรมๆ ข่มเสียงฟืนแตกเบาๆ จากเตาผิง หญิงวัยกลางคนวางมือจากงานรับจ้างถักถุงเท้าไหมพรมมุ่งหน้าไปที่ประตู เสียงเอียดอาดของบานพับดังขึ้นต้อนรับผู้มาเยือน บานประตูไม้เปิดออกให้เห็นชายผมสีดอกเลาแซมดำในโค้ทยาวสีเข้ม เขาถอดหมวกออกแนะนำตัวเองด้วยท่าทางสุภาพ

“ขอบคุณที่กรุณามานะคะคุณแวมมี่ เชิญค่ะ” หญิงเจ้าของบ้านผายมือเชิญแขกเข้าไป

“ขอบคุณครับ” คำขอบคุณถูกกล่าวอย่างอ่อนน้อม เขาเดินเข้าบ้านพลางถอดโค้ทพาดไว้ที่แขน

“พ่อแม่ของแกเพิ่งจะเสียไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง ฉันเองก็คิดจะรับเลี้ยงแก แต่ก็ทำไม่ไหว คงต้องฝากคุณช่วยดูแลด้วยนะคะ”

“ด้วยความยินดีครับ”

ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่หน้าเตาผิงที่เด็กชายผมสีดำกำลังนั่งเหม่อมองเปลวไฟสีส้มแดงเริงร่าบนกองฟืน เด็กน้อยหันมามองชายแปลกหน้าแล้วลุกเดินไปยกเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ มาวางไว้ใกล้ๆ ชายผู้นั้น

“คุณลุงนั่งซักพักเถอะฮะ ให้อาการเจ็บเท้าดีขึ้นกว่านี้ค่อยไปกันก็ได้ฮะ” แม้สีหน้าเด็กชายจะเรียบเฉยแต่ผู้ฟังก็รับรู้ถึงความเป็นห่วงที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง

ผู้เป็นแขกนั่งลงแต่โดยดี เขาลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ แล้วถามว่า “รู้ได้ยังไงล่ะเจ้าหนู”

“เสียงก้าวเท้าของลุงไม่สม่ำเสมอฮะ” เด็กชายตอบทั้งๆ ที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา เขาเดินกลับไปนั่งหน้าเตาผิงเหมือนเดิม

‘น่าประทับใจมาก’ ผู้ตั้งคำถามชื่นชมในใจ เป็นความจริงที่เขาเจ็บเท้าอยู่ แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เด็กๆ ที่เขาจะรับเอาไว้ต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นเกินอายุ และรายนี้ก็เช่นเดียวกัน “...เอาล่ะ ลุงไม่เป็นไรแล้ว พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวฟ้าจะมืดซะก่อน” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม

เด็กชายที่นั่งอยู่ได้ฟังถึงกับสะอึก เขาเข้าใจดีถึงเหตุผลที่ป้าให้เขาเข้าไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงไม่โต้เถียงอะไร แต่แค่คิดว่าต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับคนเยอะแยะที่ไม่รู้จักทำให้ท้องของเขารู้สึกปั่นป่วน เด็กน้อยจึงอยากจะยื้อเวลาทุกวินาทีออกไปให้นานที่สุด การที่เขายกเก้าอี้ให้แขกที่เข้ามานั้นเป็นการกระทำเพราะเป็นห่วงชายแปลกหน้าจริง แต่คำพูดของเขาก็หมายความตามนั้นจริงๆ เช่นกัน

เมื่อพิจารณาแล้วว่าเวลานั้นมาถึงแน่แล้ว เด็กน้อยจึงลุกขึ้นเดินเข้ากอดป้าของตนแน่น ผู้เป็นป้าเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์กันหนาวมาสวมให้หลานชายแล้วกอดอีกครั้งก่อนหอมแก้มเบาๆ พลางกระซิบว่า “เป็นเด็กดีนะจ๊ะ”

เสียงระฆังจากหอนาฬิกาประจำเมืองลอยมาเรียกสติเด็กน้อยที่เดินอย่างเหม่อลอยกลางละอองหิมะ มือข้างหนึ่งจับมือของชายแปลกหน้าไว้แน่นราวกับกลัวจะหลุดมือแล้วพลัดหลงกันทั้งที่บริเวณนั้นไร้ผู้คน สองเท้าสั้นๆ ก้าวเดินช้าๆ ขึ้นรถสีดำที่จอดสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆ ผู้ปกครองคนใหม่ส่งหนูน้อยขึ้นรถ ปิดประตูแล้วอ้อมไปขึ้นด้านที่นั่งคนขับ สิ้นเสียงเครื่องคำรามเบาๆ รถก็เคลื่อนที่หายไปกลางถนนที่ปูด้วยพรมหิมะสีขาว

รถแล่นมาจอดอยู่หน้ารั้วเหล็กสูง ภายในเป็นบ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านกลางสวนสไตล์อังกฤษ ถึงตัวบ้านและสวนจะถูกจัดให้ดูสดใสเพียงใดก็ไม่สามารถช่วยให้สมาชิกใหม่ของที่นี่คลายจากความหม่นหมองลงได้ เด็กชายกระชับมือที่จูงอยู่กับบุคคลข้างๆ ไล่ความกังวลออกไป สายตากวาดไปทั่วบริเวณสำรวจสิ่งแวดล้อมใหม่เท่าที่จะมองเห็น

ทั้งสองเดินย่ำหิมะที่เริ่มทับถมตามทางเดินขึ้นบันไดไปยังประตูหน้า ไม้สีเข้มดูหนาหนักและแข็งแรงแต่เสียงเอะอะภายในอาคารกลับดังจะพอซึมผ่านบานประตูให้ผู้มาเยือนได้ยิน

“เข้าไปกันเถอะ ทุกคนรออยู่นะ” เสียงพูดเบาพอได้ยินดังขึ้นชวนเด็กชายเข้าไปข้างใน

“ฮะ” เสียงตอบรับสั้นๆ หลุดออกจากปาก แต่เจ้าตัวยังคงนิ่งเฉย

“ตั้งแต่วันนี้ไป ที่นี่คือบ้านของเธอแล้ว เปิดประตูเข้าไปสิ”

เด็กชายทำตามอย่างว่าง่าย เขาค่อยผลักประตูหนักๆ เข้าไป ทันใดนั้น บรรยากาศในบ้านก็เข้าปะทะทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กน้อย แสงไฟสว่างไสวฉาบห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีส้มดูอบอุ่น ความร้อนจากเตาผิงแผ่กระจายทั่วห้องขับไล่ความหนาวเหน็บให้หมดไป กลิ่นของอาหารและขนมหวานล่องลอยอยู่ในบรรยากาศ และสิ่งที่ประทับใจสมาชิกใหม่มากที่สุดคือรอยยิ้มของเด็กๆ ที่กรูกันเข้ามาต้อนรับ ทุกคนทั้งฉุดทั้งดันเขาให้เข้าไปนั่งตำแหน่งหัวโต๊ะในห้องทานอาหาร แล้วการแนะนำตัวและอาหารมื้อเย็นก็เริ่มขึ้นอย่างสนุกสนานเป็นกันเองที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

‘บางที...การอยู่ที่นี่อาจจะดีจริงๆ ก็ได้’ เขาคิดและอมยิ้มกับตัวเอง

 

 

--------- Fin ---------

 

 


ฟิกเพื่อระลึกถึงแอลในวันเสียชีวิตของภาคอนิเม (5 พฤศจิกายน 2007) ปีก่อนจงใจไม่แม้แต่จะตั้งกระทู้ไว้เพราะไม่อยากรำลึกถึง แต่ไหนๆ ปีนี้เป็นวันเดียวกันเป๊ะๆ แล้ว เลยเอาซักหน่อย ^^

 

เรื่องนี้มีที่มาจากความคิด “อยากเห็นแอลสมัยเด็กจังเลยน้า” แค่เนี่ย (....ไม่เกี่ยวอะไรกับวันนี้เลยใช่มะ เหอๆ) แล้วก็แต่งทันที มันก้ะเลยออกมาเช่นนี้แล คิดยังไงทิ้งข้อความไว้ได้ตามสะดวก ช่วยวิจารณ์หน่อยน้อ (โค้ง)

 

Edited
สุดท้าย ขอขอบคุณคุณ Kurai ที่ช่วยอ่านและคอมเม้นท์ให้ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ตอนแรกลืมใส่ง่ะ รีบโพสต์แล้ววิ่งไปจัดของเตรียมไปพัทลุงเลย ขอโทษค่า



ช่วงนี้ฤดูปั่นฟิกจริงๆ ว้าก~ ไม่ทันแล้ว~~

 

เจอกันวันที่ 7 จ้า~ จะพยายามให้ทันนะมัตสึดะคุง~

 

 

- นอกเรื่อง

ทำไมดูบล็อคกับ IE ถึงสวยกว่า Firefox ล่ะ ใครรู้วิธีทำให้จิ้งจอกไฟตัดคำได้แบบ IE ช่วยสงเคราะห์ด้วย~~ ขอบคุณค่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิคน่ารักเช่นเคยค่า cry
แอลตอนเด็กน่ารักมากๆค่ะdouble wink cry

#1 By keko [APH] on 2007-11-05 18:12

big smile big smile เยี่ยมแค๊บๆ

#2 By kudou~.* (125.25.61.160) on 2007-11-05 21:56

อ่าคับ แล้วเรื่องที่ว่า วิธีทำให้จิ้งจอกไฟตัดคำได้แบบ IE นั้น ตามนี้เลยนะค้าบบ แต่มันอาจไม่สวยเหมือน IE น้าคร้าบ แต่นี่ก้ถือ่าดีคับ คนไทยพัตนา เองโด้ยย ตามนี้เลยน้าค้าบ http://www.isriya.com/firefox-thai-langpack น้าค้าบบ ผ้ม big smile

"Drugs and murder are foul without any excuse........deserve a red card for a loser......."


ไปแล้วว ปู๊นๆ

#3 By kudou~.* (125.25.61.160) on 2007-11-05 22:12

(อ่านค้างไว้แล้วเพิ่งได้มาอ่านต่อจนจบ)

แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ (แต่ขาดเสียงระฆังไปได้ไงเนี่ย)

ชอบคิดเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับวัยเด็กของแอลเหมือนกัน
แต่ที่คิด ๆ ไว้มันจะออกแนวมืดมน ;__;

สำหรับเรา คิดว่าแอลน่าจะใช้ "ครับ" มากกว่า "ฮะ" นะคะ
(สงสัยไม่ชินเองมั้ง - -")
บรรยากาศอบอุ่น อ่านแล้วหายเศร้าไปได้เยอะเลยค่ะ big smile

#4 By Saeki on 2007-11-13 18:13